ฉลาด หรือ ขยัน เราควรดันตัวเองไปทางไหน
  • 4 มีนาคม 2563 เวลา 20:38
  • โดย admin

เพื่อน ๆ สังเกตบ้างหรือไม่ว่ามนุษย์เรามักจะชอบ “จัดกลุ่ม” กันเอง ทั้งการทำงานและเรื่องส่วนตัว เพราะการจัดกลุ่มช่วยให้เรามองเห็นรูปแบบบางประการ เพื่อให้เราพัฒนาตนเองด้วยการเสร็มจุดแข็งหรือลบจุดอ่อนของตัวเองได้

สำหรับการจัดกลุ่มในวันนี้จะเป็นมุมมองของยุทธวิธีทางสงครามของทหาร มาดูกันสิว่ากลุ่มสายแข็งเขาใช้หลักคิดอย่างไร หลักการดังกล่าวไม่มีชื่อแต่เป็นวิธีของนายพลชาวเยอรมันที่มีชื่อว่า Kurt Von Hammerstein-Equord (1878 – 1943) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทางทหารระดับสูงที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ Adolf Hitler (1889 – 1945) มาตลอด ก็แรงขนาดว่าขนาดในงานศพของนายพล Kurt ญาติและครอบครัวบอกว่าพวงหรีดของ Hitler “หาย” ได้ล่ะ

ภาพ Kurt Von Hammerstein-Equord ที่มา: wikipedia

 

นายพล Kurt ในฐานะที่ต้องดูแลกำลังทางทหารได้ใช้ประสบการณ์ตัวเองโดยใช้ “ความฉลาด” กับ “ความขยัน” มาเป็นกรอบในการแบ่งกำลังพลออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อกำหนดเพื่อให้สามารถมอบหมายงานตามความเหมาะสม อันได้แก่

กลุ่มที่ 1 ฉลาด และ ขยัน คนกลุ่มนี้สามารถมอบหมายงานทั่ว ๆ ไปให้ทำได้ งานจะสำเร็จ คุณภาพดี และ เสร็จตามเวลาที่กำหนด คนที่เข้ากลุ่มนี้เหมาะที่จะดึงตัวมาเป็นคนสนิทเพื่อทำงานสำคัญ ๆ เพราะมีทั้งไหวพริบและความรับผิดชอบ จะช่วยให้ชีวิตของคนที่เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารง่ายขึ้นเยอะ

กลุ่มที่ 2 ไม่ฉลาด และ ไม่ขยัน คนกลุ่มนี้มีเยอะที่สุดในกองทัพหรือประมาณ 90% ของคนทั้งหมด (ย้ำว่ากองทัพเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง อย่ามาดราม่าอะไร เดี๋ยว web โดนปิด) เพราะโดยธรรมชาติคนขี้เกียจมักไม่ฉลาดอยู่แล้วเนื่องจากไม่ได้มีแรงจูงใจในการสังเกตสังกาหรือเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ แต่คนกลุ่มนี้ก็ทำงานได้นะ โดยทำงานประจำ (Routine Job) งานซ้ำ ๆ หรือ งานที่ต้องการปริมาณเป็นหลัก เพราะให้ทำแบบไม่ต้องคิดอะไรแต่ใช้จำนวนงานเป็นตัวตัดสินผลงานเป็นพอ

กลุ่มที่ 3 ไม่ฉลาด แต่ ขยัน ในบริบทไทย ๆ เราจะมีคำว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” เพื่อน ๆ แอบเอาใจช่วยคนกลุ่มนี้อยู่บ้างรึเปล่าว่าคนขยัน พากเพียร ยังไงก็ประสบความสำเร็จ... คำตอบของนายพล Kurt คือ “ไม่” เพราะคนกลุ่มนี้วางใจให้อะไรไม่ได้ ด้วยว่าความดันทุรังที่สวนทางกับสติปัญญามักจะสร้างปัญหาและความเดือนร้อนเสมอ เพราะฉะนั้นเป็นคนที่ไม่สมควรจะมีอยู่ในกองทัพ (ย้ำว่าอีกทีว่าเราพูดถึงกองทัพเยอรมันสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเท่านั้น)

กลุ่มที่ 4 ฉลาด แต่ ไม่ขยัน กลับกันกับกลุ่มที่ 3 คนไทยอาจจะมองว่าคนกลุ่มนี้ไม่น่าจะมีดีตรงไหน แต่ตามแนวคิดของนายพล Kurt บอกว่า คนกลุ่มนี้ควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำระดับสูง (งงล่ะสิ) เพราะความใจเย็น ไม่ผลีผลาม สามารถหาเวลาเพื่อใช้สติปัญญาที่มีอยู่จะทำให้คนกลุ่มนี้ไตร่ตรองเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่าง เยือกเย็นและลึกซึ้งกว่าคนกลุ่มอื่น ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องการคิดหาวิธีการที่ง่าย มีประสิทธิภาพ และ การทำอะไรให้เกิดระบบที่สะดวกรวดเร็ว จะเป็นสิ่งที่คนประเภทนี้ชำนาญที่สุด

หากเรามาเขียนเป็นแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ จะพบว่าเราสามารถแบ่งคนออกเป็น Quadrant ได้ดังภาพต่อไปนี้

อ่านถึงตรงนี้มีประเด็นบางอย่างที่อยากฝากเพื่อน ๆ ให้พิจารณา ประเด็นแรก เพื่อน ๆ สามารถลองสังเกตตัวเองก็ได้นะว่าปกติแล้วเราเป็นคนที่ “คิดก่อน” หรือ “ทำก่อน” ประเด็นที่สอง แม้ว่าเราจะหลีกเลี่ยงคำว่า “โง่” ในบทความนี้ แต่ในต้นฉบับใช้คำว่า โง่ (Stupid) ฉลาด (Clever) ขี้เกียจ (Lazy) และ ขยัน (Diligent) ตรง ๆ เลย (ซึ่งนั่นก็แปลจากเยอรมันมาเป็นอีกทีหนึ่ง) ประเด็นสุดท้าย คือ เพื่อน ๆ อย่าเอาไปเทียบเปรียบเทียบใคร แต่ให้อ่านเพื่อพิจารณาตัวเองเป็นสำคัญ

อันคำว่า “ไม่ขยัน” ในมาตรฐานคนเยอรมันไม่ใช่หมายถึงคนที่นอนเล่นอยู่บ้านเฉย ๆ เพราะคนเขามี “วินัย” ขั้นเทพอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่อาจหาญที่จะต่อสู้กับประเทศพันธมิตรหรอกเพราะถ้า “ขี้เกียจคิด” ด้วยคงไม่ถูกจัดกลุ่มว่าเป็นคนฉลาดอย่างแน่นอน

ประเด็นส่งท้ายคือเพื่อน ๆ ลองมองหาแนวทางการพัฒนาตนเองให้ดีนะ เพราะความฉลาดรอบรู้ที่มากับความรอบคอบ ยังไงก็เป็นที่ต้องการทั้งการทำงานและการเป็นผู้นำอยู่แล้ว ขอให้เพื่อน ๆ สนุกกับการพัฒนาตนเอง แล้วพบกันใหม่

สวัสดี